นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า ท่าอากาศยานได้คาดการณ์ตัวเลขนักท่องเที่ยวสำหรับปีหน้าน่าจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ หรือ 63 ล้านคน
ในส่วนของปริมาณเที่ยวบินในปีหน้านั้นก็คาดว่าจะเติบโตในอัตรา 5เปอร์เซ็นต์ เช่นกัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเที่ยวบินตรงจากเมืองรองในเอเชีย เช่น จีน และอินเดียส่วนในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2560-กุมภาพันธ์ ปี 2561 นี้ คาดว่าจะมีปริมาณผู้โดยสารเฉลี่ยมากถึง 1.8 แสนคนต่อวัน หรือเพิ่มขึ้น 5-6 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับไฮซีซั่นปีที่ผ่านมาแล้ว
นางเหวียน ถิ ถวิ บิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยเวียตเจ็ท กล่าวว่า ไทยเวียตเจ็ทเป็นหนึ่งในสายการบินที่ปักหลักให้บริการที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมาแล้ว 1 ปีครึ่ง ปัจจุบันมียอดผู้โดยสารสะสม 2.4 ล้านคนแล้ว เป็นคนไทยและเวียดนามอย่างละ 50 เปอร์เซ็นต์ และคาดว่าอีก 3 ปีข้างหน้ามีกำไร จากแผนขยายฝูงบิน โดยเตรียมรับมอบเครื่องบินใหม่ แอร์บัส เอ 320 และเอ 321 อีกปีละ 8-10 ลำ เพื่อนำไปขยายเส้นทางบินใหม่อย่างต่อเนื่อง จากไทยไปประเทศจีน และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ทั้งนี้ ไทยเวียตเจ็ทจะได้รับมอบใบรับรองผู้ดำเนินอากาศใหม่ หรือ AOC Recertification หลังกระบวนการตรวจสอบมาตรฐานการบินจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย แล้วเสร็จทุกขั้นตอนแล้ว โดยเตรียมเปิดเส้นทางบินใหม่อีก 2 เส้นทาง เชื่อมแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมซึ่งเป็นศูนย์รวมเศรษฐกิจอย่างโฮจิมินห์ซิตี สู่ภูเก็ตและเชียงใหม่ เปิดให้บริการเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยเวียตเจ็ท เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ตามแผนระยะสั้น ได้วางแผนเปิดเส้นทางบินเชื่อมไทยไปเวียดนามเพิ่มเติม ทั้งเมืองชายทะเลอย่าง ดานัง และฟูโกว๊ก รวมถึงเมืองภูเขาอย่างดาลัต นอกจากนี้ยังเตรียมเปิดให้บริการจากไทย ไปสิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย รวมถึงตลาดท่องเที่ยวใหญ่อย่างจีน
“หลังเปิดให้บริการ 3 เส้นทางเชื่อมกรุงเทพฯสู่ 3 เมืองในเวียดนาม ได้แก่ โฮจิมินห์ซิตี ฮานอย และไฮฟอง และ 4 เส้นทางบินในประเทศ ได้แก่ กรุงเทพฯ ไปภูเก็ต, เชียงใหม่, เชียงราย และเส้นทางภูเก็ต-เชียงรายไปแล้ว ล่าสุดเมื่อ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้เปิดตัวเครื่องบินลายใหม่ ด้วยโลโก้ ดิ อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ ทัวริสซึ่ม เยียร์ 2018 ซึ่งเป็นหนึ่งในความร่วมมือระหว่างไทยเวียตเจ็ทกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทย”
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า รัฐบาลประกาศให้ปี 2561 เป็นปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืนกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวทั้งกลุ่มเดินทางครั้งแรกและกลุ่มเดินทางซ้ำให้มาสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวในกิจกรรมและจุดหมายใหม่ ๆ ของประเทศไทย โดยไม่ได้เน้นย้ำในมิติการทำตลาดเท่านั้น แต่วางเป้าให้มีการกระจายรายได้สู่เมืองรองและท้องถิ่นมากขึ้น ตามนโยบายของรัฐบาลที่ผลักดันรายได้ท่องเที่ยวไทยขยายตัวปีละไม่ต่ำกว่า 8 เปอร์เซ็นต์ ภายใต้โจทย์การเติบโตอย่างยั่งยืน
นายสันติ ชุดินธรา รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือททท. กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันการเชื่อมโยงเส้นทางบินระหว่างไทยและเวียดนามถือว่าค่อนข้างดี เป็นโอกาสดีที่สามารถกระตุ้นและส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเวียดนามมาเที่ยวไทย รวมถึงตลาดการเดินทางภายในไทย เนื่องจากไทยเวียตเจ็ทมีเส้นทางบินน่าสนใจที่สายการบินอื่นไม่มี เช่น ภูเก็ต-เชียงราย พร้อมคาดว่าในไม่ช้า ไทยเวียตเจ็ทจะเปิดเส้นทางบินใหม่เข้าสู่เมืองรองของไทยมากขึ้นด้วย
นายอรุณ ลิลาพันธิสิทธิ ผู้จัดการแอร์เอเชีย ประจำท่าอากาศยานภูเก็ต กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตเป็นฐานปฏิบัติการบินหลักของแอร์เอเชียที่มีเส้นทางบินหลากหลายทั้งในประเทศและระหว่างประเทศและเติบโตอยู่ตลอด โดย 3 ไตรมาสแรกที่ผ่านมาทุกเส้นทางมีอัตราขนส่งผู้โดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 86 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะเส้นทางกรุงเทพฯ-ภูเก็ต ที่ได้เพิ่มเที่ยวบินเช้ามืดอีก 1 เที่ยวบิน จนมี 18 เที่ยวบินต่อวันในปัจจุบัน โดยในไตรมาส 4 ถือเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ซึ่งภูเก็ตเป็นปลายทางยอดนิยมของทั้งคนไทยและต่างชาติ จึงเปิดเพิ่มอีก 2 เส้นทางบินใหม่ในไตรมาสนี้ ซึ่งที่เปิดขายไปแล้ว คือ ภูเก็ต-มาเก๊า เปิดไปเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เริ่มให้บริการเที่ยวบินแรก วันที่ 8 มกราคม ปี 2561
ล่าสุดบริษัทเปิดสายการบินในประเทศข้ามภาค ภูเก็ต-ขอนแก่น 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เริ่มบิน 22 ธันวาคมนี้เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกการท่องเที่ยวแบบเชื่อมโยง คนภูเก็ตและชาวอีสานที่จะเดินทางกลับบ้านได้สะดวกขึ้น